โบว์ไว้อาลัย
QR Code LINE Official Account
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
แชทกับเรา
คลิ๊กเลย
แชทกับผู้ช่วยญาดา ( AI )

ผู้ช่วยตอบคำถามทั่วไป

เชื่อมต่อแล้ว
ผู้ช่วยญาดากำลังพิมพ์...
X

อบต.เด่นเหล็ก
อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์
“ เมืองแห่งคุณภาพชีวิต
ศูนย์กลางการผลิตหอมแดง มีแหล่งน้ำเพียงพอ ”
วิสัยทัศน์การพัฒนาท้องถิ่น
ตำบลเด่นเหล็ก
องค์การบริหารส่วนตำบลเด่นเหล็ก
สถานที่สำคัญ-ท่องเที่ยว
องค์การบริหารส่วนตำบลเด่นเหล็ก

ตำบลเด่นเหล็ก ราษฎรดั้งเดิมได้อพยพมาจากประเทศลาวมาตามลำห้วยทางลาว มาตั้งหลักฐานอยู่บ้านท่าโพธิ์ ซึ่ง มีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ริมท่าแม่น้าปาดจึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่าบ้านท่าโพธิ์เดิมบ้านท่าโพธิ์
ขึ้นอยู่กับตำบลบ้านฝาย หมู่ 10 ราษฎรได้แยกย้ายกันออกไปทามาหากิน และตั้งบ้านเรือนอยู่กระจ้ดกระจายตามที่ราบลุ่มเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2480 ได้แบ่งแยกจากตำบลบ้านฝายมาจัดตั้ง
ตำบลขึ้นใหม่เป็นตำบลเด่นเหล็ก มาจนถึงปัจจุบัน 

ได้แบ่งการปกครองออกเป็น 6 หมู่บ้าน คือ 

หมู่ที่ 1 บ้านท่าโพธิ์
หมู่ที่ 2 บ้านนาน้ำพาย
หมู่ที่ 3 บ้านเด่นเหล็ก
หมู่ที่ 4 บ้านต้นม่วง
หมู่ที่ 5 บ้านปากห้วยแค
หมู่ที่ 6 บ้านแก่งปลาจ้อย

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด ตั้งอยู่ในพื้นที่ปกครอง 11 ตำบล 3 อำเภอ 1. อำเภอบ้านโคก มี 3 ตำบล เนื้อที่ประมาณ 56,250 ไร่ หรือ 90 ตารางกิโลเมตร ได้แก่ – ตำบลบ้านโคก – ตำบลนาขุม – ตำบลม่วงเจ็ดต้น 2. อำเภอฟากท่า มี 4 ตำบล เนื้อที่ประมาณ 29,375 ไร่ หรือ 207 ตารางกิโลเมตร ได้แก่ – ตำบลฟากท่า – ตำบลสองคอน – ตำบลบ้านเสี้ยว – ตำบลสองห้อง 3. อำเภอน้ำปาด มี 4 ตำบล เนื้อที่ประมาณ 131,875 ไร่ หรือ 211 ตารางกิโลเมตร ได้แก่ – ตำบลห้วยมุ่น – ตำบลน้ำไผ่ – ตำบลบ้านฝาย – ตำบลเด่นเหล็ก รวมพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 317,500 ไร่ หรือ 508 ตารางกิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด ประกอบไปด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย จึงทำให้พื้นที่มีสภาพป่าหลายชนิดผสมกัน จำแนกได้ดังนี้ 1. ป่าดิบชื้น จะพบในบริเวณที่มีความชื้นสูงตามบริเวณลุ่มน้ำและบริเวณใกล้ลำห้วยสายใหญ่ๆ สภาพโดยทั่วไปพื้นที่จะรกทึบ พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ ตะเคียนทอง ตะเคียนหิน มะหวด ตะแบก ไม้ค้อ กระบาก เต็งตานี และยาง เป็นต้น 2. ป่าดิบแล้ง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาดป่าชนิดนี้จะพบได้ตามสันเขาทั่วๆ ไป พรรณไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ประดู่ มะค่าโมง กระบาก ยาง สมอพิเภก ชิงชัน และยมหอม เป็นต้น 3. ป่าผสมผลัดใบ หรือป่าเบญจพรรณ ป่าชนิดนี้พื้นป่าจะไม่รกทึบและจะพบไม้ไผ่ชนิดต่างๆ เป็นไม้พื้นปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก พรรณไม้ที่สำคัญ ได้แก่ พะยอม งิ้วป่า กระพี้เขาควาย ประดู่ มะม่วงป่า ชิงชัน ตะแบกใหญ่ ตะแบกเลือด มะค่าโมง แคทราย กว้าว มะกอก คูณหรือลมแล้ง ติ้วแดง ติ้วดำ เสี้ยว อินทนินบก เปล้า ขี้เหล็ก เสลา และไผ่รวก เป็นต้น 4. ป่าเต็งรัง ป่าชนิดนี้จะพบตามเนินและบริเวณเชิงเขา ที่ดินมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและลูกรัง มีพรรณไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้เต็งรัง ไม้รัง เหียง พลวง พะยอม กะบก ก่อนก ก่อแพะ มะขามป้อม และส้าน เป็นต้น

สวนหอมแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณแปลงนาข้าว หมู่ 4 บ้านต้นม่วง ต.เด่นเหล็ก อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ นายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอน้ำปาด นายอดุลย์ศักดิ์ ไชยราช เกษตรอำเภอน้ำปาด พร้อมด้วย นายบุณยวัฒน์ ธรรมมาศรี นายก อบต.เด่นเหล็ก ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและชมการเก็บเกี่ยวผลผลิตหอมแดงพันธุ์ “เด่นเหล็ก” ของนางสุพรรณิกา แก้วคำ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ยอมพลิกผันตัวเองงดปลูกข้าวในแปลงนา จำนวน 10 ไร่ หันมาปลูกหอมแดงซึ่งเป็นพืชใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าวตามนโยบายของรัฐบาลโดยใช้น้ำเพียง 350-400 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อไร่ หรือ 5 วันให้น้ำ 1 ครั้ง พร้อมกับเงินลงทุนในการปลูกหอมแดงครั้งนี้ประมาณ 15,000 บาทต่อไร่ ด้วยระยะเวลาเพียง 60-70 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว โดยให้ผลผลิต 4-6 ตันต่อไร่ ราคากิโลกรัมละ 11-13 บาท เกษตรกรผู้ปลูกหอมจะมีรายได้ต่อไร่ประมาณ 44,000-76,000 บาท หักค่าใช้จ่ายคงเหลือประมาณ 29,000-61,000 บาท โดยมีพ่อค้าจากต่างจังหวัดทั่วประเทศสั่งจองผลผลิตล่วงหน้าถึงพื้นที่
นายสมลักษณ์กล่าวว่า อำเภอน้ำปาดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเนื่องจากฝนทิ้งช่วงไม่ตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลทำให้น้ำในแม่น้ำปาดแห้งขอด เกษตรกรไม่มีน้ำทำนาปลูกข้าว จากด้วยนโยบายรัฐบาลสนับสนุนการปลูกพืชใช้น้ำน้อย ชาวนาจึงหันมาปลูกหอมแดงใช้น้ำเท่าที่มีอยู่เพียงน้อยนิด โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการปลูกหอมแดง จำนวน 105 ราย บนพื้นที่ปลูก 1,163 ไร่ มีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 4,652-6,978 ตัน ส่งผลทำให้มีเงินสะพัดหมุนเวียนเฉพาะธุรกิจหอมแดงประมาณ 51,172,000-90,714,000 บาท หอมแดงพื้นที่อำเภอน้ำปาดมีลักษณะแตกต่างจากที่อื่นเป็นกรณีพิเศษ ตรงที่หัวใหญ่มีรสชาติหวานกรอบแต่ฉุนแรง... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/region/news_68664

รีวิว ไร่องุ่น "คานาอัน" แห่งจังหวัดอุตรดิตถ์

รีวิว ไร้องุ่นคานาอัน

วันนี้จะพามารู้จักแหล่งที่เที่ยวในจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่ค่อยข้างไกลจากตัวเอง รถไม่เยอะเดินทางสะดวก สำหรับคนที่เบื่อบรรยากาศในเมืองแนะนำที่นี้เลยค่ะ ไร่องุ่นคานาอัน ไร่กว้างมาก มีการแบ่งโซนชัดเจน

โซนที่1 เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านสีสันน่ารัก ตกแต่งดีมาก มีมุมให้ถ่ายรูปมากมาย ร้านภายนอกเน้นเป็นสีอิฐสีน้ำตาล การแต่งแนวสดใส ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย มีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่าย (ส่วนตัวคิดว่าราคาสูงเกินคุณภาพไปหน่อย) ไม่แนะนำให้สั่งกาแฟ เพราะรู้สึกว่าแพงแล้วไม่มีความเป็นกาแฟเลย แล้วก็โกโก้สูตรคานาอัน ส่วนตัวคิดว่าก็เข้มข้น แต่มันก็มีความจืดอยู่ อันนี้แล้วแต่คนชอบละกัน คิดซะว่าชมบรรยากาศ

โซนที่ 2 อยู่ไม่ไกลจากตัวร้านเท่าไหร่ จะเป็นโซนของฝากซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ภายในไร่ ตรงมาเรื่อยๆ จะมีจุดเข้าไร่ ซึ่งในวันปกติจะมีการเก็บค่าบำรุงสถานที่ คนละ 20 บาท แต่พอดีว่าช่วงที่ไปได้เข้าฟรี เนื่องจากไร่แห้งมากไม่ใช่ช่วงชมไร่องุ่น ไม่เจอองุ่นเลย อดซีวิวในส่วนนี้เลย แต่ก็ภายในไร่ก็มีจุดให้เดินถ่ายรูปเล่นเยอะพอสมควร

โซนที่ 3 อยู่ด้านในสุด เป็นบ้านแกะ มีแกะเยอะมาก สามารถเลี้ยงหญ้าแกะได้ กำละ 20 บาท (แกะก็น่ารักนะเพียงแต่ความสะอาดแล้วกลิ่นไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่)